วันอาทิตย์ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2556

At Factory Cafe











..


















หลังจากหนีงานเพื่อมาเป็นนักศึกษาอีกครั้งก็ได้แวะมาระหว่างคอยเข้า Class เรียน มานั่งชิวๆคอย



บรรยากาศในร้านแนวสถาปนิคจริงๆ

ร้านน่านั่ง มีมุมให้ถ่ายรูปแนวเก๋ๆ แม้แต่อาหารก่อนกินก็ต้องถ่ายรูปก่อนเลย มันน่าถ่ายโชว์เพื่อนๆ นิน่าใช่ไหมละ
























..




ร้านนี้ตั้งอยู่ทางขึ้นเขารัง เยื้อง Duzz หนุ่มๆขาเที่ยวภูเก็ตน่าจะรู้จักดี เข้าในซอยนิดหน่อยข้างตึกบิวตี้แลนด์ชาวภูเก็ตคุ้นเคย

เมื่อเข้ามาในร้าน มีมุมให้เลือกนั่ง แต่โซนอาจน้อยไปนิด หากมากลุ่มใหญ่อาจจะลำบากหน่อย

โต๊ะมีไอเดียกระเป๋าเดินทางมาประยุกต์ ส่วนที่ชอบน่าจะเป็นเมนูใหญ่ของร้านที่เอาเหล็กตัวซีมาดัดแปลง ใส่เป็นเมนูโชว์ลูกค้า เก๋ซะไม่มี




อาหารที่สั่ง ลองแค่ส่วนของทานเล่น หลักๆยังไม่ลองเลย แต่ฮันนีโทสที่นี่ รสชาดสุดล้ำ จิงๆ ขอบอกราคาก็ 199 บาท ชิ้นใหญ่นะกินอิ่มเลยทีเดียว






กับอีกเมนูที่สั่ง ขนมปังเนยนมน้ำตาล ชิ้นใหญ่ กรอบนอกนุ่มใน





 ส่วนอันนี้ หลายๆ คนที่แวะมาร้านนี้ เพราะอยากจะมาลองชามะนาว ได้ข่าวว่าชื่อเสียงเลื่องลือไกลมาก มาแล้วเราเลยต้องลองสั่งกะเค้าบ้างเดี๋ยวคุยกะคนอื่นไม่รู้เรื่อง


การออกแบบแนวการในการเสิร์ฟชามะนาว คือน้ำแข็งทำมาจากชา ทำให้ชาเข้มข้น นอกจากนั้นความเปรี้ยวของมะนาวที่ลูกค้าต้องการมันไม่เท่ากันเค้าเลยแยกออกมาให้เราเติมกันเองตามความพอใจส่วนบุคคล


ร้านนี้ยังมีอีกหลายเมนูไว้วันหลังจะแวะไปชิมรดชาดอาหารอื่นๆอีกค่ะ

แต่ขอเสียของร้านนี้คือหาที่จอดรถค่อยข้างยากจังเลย ถ้ามีที่จอดจะดีกว่านี้มากมาย

วันพุธที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2556

เที่ยวหาดทรายแก้ว

อาทิตย์กับวันพักผ่อน สบายๆ มีนัดพาเพลิน ไม่ใช่---> เพลินพากิน @หาดทรายแก้ว อากาศดี๊ดี

มากัน 2 คนสั่งซะล้นโต๊ะ

เมนูพิเศษคือ จักจั่นทะเลทอด อร่อยนะ มีเฉพาะหาดทรายแก้วเท่านั้นที่จะหาทางทานได้

ส่วนเมนูไม่พลาดของเรากะมื้อนี้ต้องเป็นส้มตำปูม้า กับตำมะม่วง ลดแซ่บถึงใจค่ะ

ไม่หมดเท่านั้นมีกุ้งอบวุ้นเส้นกินเส้นจนอืดท้องเลย แถมปลาหมึกไข่นึ่งมะนาว เสียดายไม่สดเท่าไหร่

แล้วยังมีข้าวผัดทะเลด้วย







วันพุธที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2556

Once Time ago

เมื่อครั้งหนึ่งนานมาแล้ว

ครั้งหนึ่งสมัยเด็กๆ ประมาณ ประถม 1-2 ตอนนั้นครอบครัวเราไม่ได้หรูหราอะไรมากมาย แม่ก้รับราชการพร้อมหารายได้เสริมด้วยการสอนพิเศษ จำได้ว่าโรงเรียนที่เรียนเป็นโรงเรียนคริส พ่อกับแม่มักหาที่ที่ดีที่สุดให้เราเสมอ ซึ่งโรงเรียนกับบ้านค่อนข้างยุไกลกัน ทำห้สังคมของเราจึงต่างจากคนแถวบ้านไปโดนปริยาย เรื่องสมัยเด็กตอนนั้นจำได้เสมอ โรงเรียนพาไปเที่ยวทัศนศึกษา ที่เรือหนังสือ รู้สึกสมัยนั่นเราพกเงิน 10-15 บาทมั้ง เพราะไม่ได้ซื้ออะไร กินข้าวก็ที่โรงเรียน ตอนไปเรือห้องสมุด จเห็นหนังสือเยอะมากอยากได้แต่ไม่มีเงิน ก้เดินซึมๆ บนเรือ แต่เจอคุณน้าฝรั่งท่านหนึ่ง ท่านคงเห็นเราซึมจึงให้เราซื้อหนังสือ 1 เล่ม จำเรื่องราวนี้ได้ แต่รายละเอียดมันจางๆ ขอบคุณท่านมากค่ะ การให้หนังสือแกคนคือการให้สมองแก่ผู้นั้น



Love same Self-winding watch

ความรัก เปรียบเสมือน นาฬิกาไขลาน

หากฝ่ายหนึ่งเป็นนาฬิกา อีกฝ่ายเป็นเจ้าของ
เวลาของความรักจะเดินได้เมื่อเจ้าของไขลานมันเท่านั้น นานไปเวลาจะหยุดลงหากไม่ไขลานต่อ ความรักก้จะจบอยู่กับที่เท่านั้น แต่ถ้าไขลานไปเรื่อยๆ เวลาจะเดินไปเรื่อยๆ จะหยุดก้เพียงฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งล้มจากไปเท่านั้น
ความรักก็เช่นกันต้องควบคู่ไปทั้ง 2 ฝ่ายเพื่อประคองรัก หากฝ่ายใดก้าวถอยคงลำบากที่จะทำให้รักเดินต่อไปได้ ดังนั้น หากมีรักต่างคนต้องใส่ใจเติมเต็มกันและกันอยู่อย่างสม่ำเสมอ อย่าทิ้งช่วง ไม่งั้นจะกลายเป็นนาฬิกาที่ไม่เดินโดยที่เครื่องยังมีสภาพดีอยู่

เก้กึม สอนมา