วันอาทิตย์ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2556

ร้าน kyoodai

Kyoodai japanese style 

ร้านอาหารญี่ปุ่น ย่านชานเมืองภูเก็ต แถวบายพาส  บรรยากาศของร้านดูกันเอง สบายๆ แถมที่นี่อาหารราคาไม่แพงเลยขอบอก


หากมาภูเก็ต แล้วอยากลองอาหารญี่ปุ่น escape 7 เราขอแนะนำร้านนี้ค่ะ

แบบว่าร้านไม่ได้ใหญ่โต หรือหรูหราอะไรเลย แต่อาหารที่ออกมาแต่ละจานน่า love มาอะ

ตอนเข้ามานั่งในร้านครั้งแรก พอเปิดเมนูปุ๊บ ต่างพูดกันเป็นเสียงเดียวว่าถูกมาก ต่างคนต่างหิวเลยสั่งมาจนคนรับ order มองหน้าประมาณว่าแต่ละจานใหญ่นะค่ะ ทานหมดเหรอค่ะ ..??

ลองมาดูเมนูนะ

จานแรกทาโกะยากิ จานนี้เนื้อในเน้นๆ แต่สำหรับเรานะว่ามันนิ่มไปนิดหากกรอบกว่านี้จะเลอค่ามาก


จานนี้ยำสาหร่าย จานค่อนข้างใหญ่เลย เพื่อนที่กินบอกว่าเลิศอยู่แถมราคาสบายกระเป๋ามาก


ข้าวปั้น ก้แค่กินไปเยอะกว่าเพื่ปนคนอื่นหนะค่ะ
แต่ไข่กุ้งล้นมาก

จานนี้ยำสลัดแซลมอน แบบว่าพอแตะไป แซลมอนเป็นชิ้นเต็มปากเต็มคำมาก แม้เป็นแซลมอนรมควัน แถมเนื้อยังเย็นชำ อร่อยแบบสุดๆ



2 set ของคุนเพื่อนค่ะ



อันนี้เป็นอีกอันที่เลอค่าที่สุด คือประมาณว่าเป็นคนชอบซาซิมิมากอะค่ะ ปลาแบบไม่บางเหมือนร้านอื่นๆ แถมเนื้อเย็นชื่นใจ set นี้ แค่ 120-150฿ ค่ะ


Set รวมนี้ราคาแค่ 180-190฿ เอง

ทั้งหมดยังมีน้ำคนละแก้ว ราคารวมแล้ว 840 ฿ ราคาแบบว่าประทับใจค่ะ

วันอาทิตย์ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2556

At Factory Cafe











..


















หลังจากหนีงานเพื่อมาเป็นนักศึกษาอีกครั้งก็ได้แวะมาระหว่างคอยเข้า Class เรียน มานั่งชิวๆคอย



บรรยากาศในร้านแนวสถาปนิคจริงๆ

ร้านน่านั่ง มีมุมให้ถ่ายรูปแนวเก๋ๆ แม้แต่อาหารก่อนกินก็ต้องถ่ายรูปก่อนเลย มันน่าถ่ายโชว์เพื่อนๆ นิน่าใช่ไหมละ
























..




ร้านนี้ตั้งอยู่ทางขึ้นเขารัง เยื้อง Duzz หนุ่มๆขาเที่ยวภูเก็ตน่าจะรู้จักดี เข้าในซอยนิดหน่อยข้างตึกบิวตี้แลนด์ชาวภูเก็ตคุ้นเคย

เมื่อเข้ามาในร้าน มีมุมให้เลือกนั่ง แต่โซนอาจน้อยไปนิด หากมากลุ่มใหญ่อาจจะลำบากหน่อย

โต๊ะมีไอเดียกระเป๋าเดินทางมาประยุกต์ ส่วนที่ชอบน่าจะเป็นเมนูใหญ่ของร้านที่เอาเหล็กตัวซีมาดัดแปลง ใส่เป็นเมนูโชว์ลูกค้า เก๋ซะไม่มี




อาหารที่สั่ง ลองแค่ส่วนของทานเล่น หลักๆยังไม่ลองเลย แต่ฮันนีโทสที่นี่ รสชาดสุดล้ำ จิงๆ ขอบอกราคาก็ 199 บาท ชิ้นใหญ่นะกินอิ่มเลยทีเดียว






กับอีกเมนูที่สั่ง ขนมปังเนยนมน้ำตาล ชิ้นใหญ่ กรอบนอกนุ่มใน





 ส่วนอันนี้ หลายๆ คนที่แวะมาร้านนี้ เพราะอยากจะมาลองชามะนาว ได้ข่าวว่าชื่อเสียงเลื่องลือไกลมาก มาแล้วเราเลยต้องลองสั่งกะเค้าบ้างเดี๋ยวคุยกะคนอื่นไม่รู้เรื่อง


การออกแบบแนวการในการเสิร์ฟชามะนาว คือน้ำแข็งทำมาจากชา ทำให้ชาเข้มข้น นอกจากนั้นความเปรี้ยวของมะนาวที่ลูกค้าต้องการมันไม่เท่ากันเค้าเลยแยกออกมาให้เราเติมกันเองตามความพอใจส่วนบุคคล


ร้านนี้ยังมีอีกหลายเมนูไว้วันหลังจะแวะไปชิมรดชาดอาหารอื่นๆอีกค่ะ

แต่ขอเสียของร้านนี้คือหาที่จอดรถค่อยข้างยากจังเลย ถ้ามีที่จอดจะดีกว่านี้มากมาย

วันพุธที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2556

เที่ยวหาดทรายแก้ว

อาทิตย์กับวันพักผ่อน สบายๆ มีนัดพาเพลิน ไม่ใช่---> เพลินพากิน @หาดทรายแก้ว อากาศดี๊ดี

มากัน 2 คนสั่งซะล้นโต๊ะ

เมนูพิเศษคือ จักจั่นทะเลทอด อร่อยนะ มีเฉพาะหาดทรายแก้วเท่านั้นที่จะหาทางทานได้

ส่วนเมนูไม่พลาดของเรากะมื้อนี้ต้องเป็นส้มตำปูม้า กับตำมะม่วง ลดแซ่บถึงใจค่ะ

ไม่หมดเท่านั้นมีกุ้งอบวุ้นเส้นกินเส้นจนอืดท้องเลย แถมปลาหมึกไข่นึ่งมะนาว เสียดายไม่สดเท่าไหร่

แล้วยังมีข้าวผัดทะเลด้วย







วันพุธที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2556

Once Time ago

เมื่อครั้งหนึ่งนานมาแล้ว

ครั้งหนึ่งสมัยเด็กๆ ประมาณ ประถม 1-2 ตอนนั้นครอบครัวเราไม่ได้หรูหราอะไรมากมาย แม่ก้รับราชการพร้อมหารายได้เสริมด้วยการสอนพิเศษ จำได้ว่าโรงเรียนที่เรียนเป็นโรงเรียนคริส พ่อกับแม่มักหาที่ที่ดีที่สุดให้เราเสมอ ซึ่งโรงเรียนกับบ้านค่อนข้างยุไกลกัน ทำห้สังคมของเราจึงต่างจากคนแถวบ้านไปโดนปริยาย เรื่องสมัยเด็กตอนนั้นจำได้เสมอ โรงเรียนพาไปเที่ยวทัศนศึกษา ที่เรือหนังสือ รู้สึกสมัยนั่นเราพกเงิน 10-15 บาทมั้ง เพราะไม่ได้ซื้ออะไร กินข้าวก็ที่โรงเรียน ตอนไปเรือห้องสมุด จเห็นหนังสือเยอะมากอยากได้แต่ไม่มีเงิน ก้เดินซึมๆ บนเรือ แต่เจอคุณน้าฝรั่งท่านหนึ่ง ท่านคงเห็นเราซึมจึงให้เราซื้อหนังสือ 1 เล่ม จำเรื่องราวนี้ได้ แต่รายละเอียดมันจางๆ ขอบคุณท่านมากค่ะ การให้หนังสือแกคนคือการให้สมองแก่ผู้นั้น



Love same Self-winding watch

ความรัก เปรียบเสมือน นาฬิกาไขลาน

หากฝ่ายหนึ่งเป็นนาฬิกา อีกฝ่ายเป็นเจ้าของ
เวลาของความรักจะเดินได้เมื่อเจ้าของไขลานมันเท่านั้น นานไปเวลาจะหยุดลงหากไม่ไขลานต่อ ความรักก้จะจบอยู่กับที่เท่านั้น แต่ถ้าไขลานไปเรื่อยๆ เวลาจะเดินไปเรื่อยๆ จะหยุดก้เพียงฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งล้มจากไปเท่านั้น
ความรักก็เช่นกันต้องควบคู่ไปทั้ง 2 ฝ่ายเพื่อประคองรัก หากฝ่ายใดก้าวถอยคงลำบากที่จะทำให้รักเดินต่อไปได้ ดังนั้น หากมีรักต่างคนต้องใส่ใจเติมเต็มกันและกันอยู่อย่างสม่ำเสมอ อย่าทิ้งช่วง ไม่งั้นจะกลายเป็นนาฬิกาที่ไม่เดินโดยที่เครื่องยังมีสภาพดีอยู่

เก้กึม สอนมา

วันศุกร์ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2556

น้ำมะเขือเทศทำเอง

สภาพน้ำมะเขือเทศฝีมือโอ๊ะโอจ้า แค่เอามะเขือเทศใส่น้ำผึ้งมะนาวนิดหน่อยติมน้ำนิดนึง และปั่นละเอียดเท่านี้ก้ได้ละ



วันพุธที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2556

มะเขือเทศ

ชื่อทางวิทยาศาสตร์Lycopersicon esculentum Mill.

มะเขือเทศ คนส่้วนใหญ่จะจัดให้มันอยู่ในพวกผัก แต่จากตามพฤกษศาสตร์ แล้ว มะเขือเทศจะเข้าข่ายเป็นผลไม้


และคนส่วนใหญ่อีกเช่นกันที่มักจะไม่ชอบที่จะทานมะเขือเทศ เพราะว่ามันมีกลิ่น ซึ่งกลิ่นที่ว่าเกิดจากส่วนของยางที่เคลือบเมล็ดมะเขือเทศนั่นละจ้า




ในผลมะเขือเทศมีสารจำพวก แคโรทีนอยด์ ชื่อไลโคพีน (Lycopene) ซึ่งเป็นสารสีแดง และวิตามินหลายชนิด เช่น วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินเค โดยเฉพาะวิตามินเอ และวิตามินซี มีในปริมาณสูง มีกลดมาลิค กรดซิตริก ซึ่งให้รสเปรี้ยว และมีกลูตามิค (Glutamic) ซึ่งเป็นกรดอะมิโนช่วยเพิ่มรสชาติให้อาหาร นอกจากนี้ยังประกอบด้วยสารบีตา-แคโรทีน และแร่ธาตุหลายชนิด เช่น แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก เป็นต้น

ประโยชน์เห็นๆ ของมะเขือเทศที่มีมากมาย



  • มะเขือเทศมีสารที่สามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อรา ดังนั้นจึงใช้เป็นยารักษาโรคที่เกี่ยวกับปากที่เกิดจากเชื้อราได้
  • มะเขือเทศมีสารแอนตี้ออกซิแดนท์ คือ ไลโคปีน ที่มีคุณสมบัติสามารถลดการเกิดมะเร็งลำไส้ และมะเร็งต่อมลูกหมากได้ หากทานมะเขือเทศ 10 ครั้ง/สัปดาห์ จะช่วยลดอัตราการเกิดมะเร็งต่อมลูกหมากในเพศชายได้ถึง 45% นอกจากนี้มะเขือเทศยังมีบีตา-แคโรทีน และฟอสฟอรัสมาก ที่มะเขือเทศมีรสชาติอร่อยนั้น เพราะมีกรดอะมิโนที่ชื่อกลูตามิคสูง กรดอะมิโนนี้เองเป็นตัวเพิ่มรสชาติให้อาหาร ทั้งยังเป็นกรดอะมิโนตัวเดียวกับที่อยู่ในผงชูรสด้วย
  • รักษาสิว สมานผิวหน้าให้เต่งตึง โดยใช้น้ำมะเขือเทศพอกหน้า หรืออาจจะนำมะเขือเทศสุกฝานบาง ๆ แปะบนใบหน้า จะช่วยให้ผิวหน้าอ่อนนุ่ม

ที่สำคัญในมะเขือเทศ สามารถช่วยในการลดริ้วรอยได้ ผิวพรรณ ไม่แห้งกร้าน ช่วยระบบไหลเวียนของเลือด ทำให้ผิวดูมีสุขภาพ แถมยังช่วยต้านมะเร็งอีกต่างหาก


การทานมะเขือเทศให้ถูกวิธีและดีที่สุด

เราสามารถเลือกทานมะเขือเทศทั้งแบบสดหรือผ่านกระบวนการความร้อนก็ได้ตามที่ถนัด

แต่สำหรับมะเขือเทศที่ผ่านความร้อนจะทำให้การยึดจับของไลโคปีนกับเนื้อเยื่อของมะเขือเทศอ่อนตัวลง ทำให้ไลโคปีนถูกร่างกายนำไปใช้ได้ดีกว่ นอกจากนี้ความร้อนและกระบวนการต่างๆในการผลิตผลิตภัณฑ์มะเขือเทศยังทำให้ไลโคปีนเปลี่ยนรูปแบบ (จากไลโคปีนชนิด “ออลทรานส์”(all-trans-isomers)เป็นชนิด “ซิส”   (cis -isomers)) คือ เป็นชนิดที่ละลายได้ดีขึ้น

สำหรับการทำน้ำมะเขือเทศดื่มให้ชื่นใจ เพื่อคลายร้อนและช่วยให้ผิวพรรณคุณดูเรียบเนียนมีสุขภาพที่ดี ตามนี้เลยจ้า

- มะเขือเทศ 50 กรัม( 1 ผลใหญ่ )
- น้ำเชื่อม 15 กรัม( 1 ช้อนคาว )
- น้ำเปล่าต้มสุก 200 กรัม( 14 ช้อนคาว )
- เกลือป่นเสริมไอโอดีน 2 กรัม(2/5 ช้อนชา )
 

วิธีทำ
นำมะเขือเทศล้างให้สะอาด หั่นให้ชิ้นพอประมาณ ใส่ในเครื่องปั่น พร้อมน้ำเชื่อม เกลือ น้ำสุก ปั่นให้ละเอียด ชิมรสตามชอบ
 

แต่ถ้าขี้เกียจ ก็สามารถเลือกซื้อหาน้ำมะเขือเทศสำเร็จรูปได้ตามร้านค้าทั่วไปค่ะ มีทั้งของดอยคำ Tipco ฯลฯ ให้คุณเลือกตามความชอบของลิ้นคุณเลยแหละ ว่ากันตามปากจ้า

ยังไงก็ขอให้มีความสุขกับการทานมะเขือเทศเน๋อค่ะ

วันอังคารที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2556

เวลา ระยะทาง ความรัก

เวลา ระยะทาง ความรัก

ทุกอย่างนี้ ฉันคนนึงที่เชื่อว่ามันจะต้องเดินไปพร้อมกัน หากเมื่อมีความห่างเข้ามาขั้นกลาง เวลาของความรักมักจะไม่ตรงกัน ความเหินห่างจะเพิ่มมากขึ้น

บางคนบอกว่า ต้องมีความเชื่อใจของกันและกัน ความเชื่อใจหนะมันต่างก็ต้องมีแหละ ไม่งั้นความรักคงไม่บังเกิด แต่อุปสรรคคือความหวั่นไหว เมื่อไกลกัน ยิ่งนานวัน สิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงทำให้ เราเรียนรู้การอยู่คนเดียว ทำให้เกิดความหวั่นไหว

แต่มันเป็นเพียงแค่ความรู้สึกของฉันเท่านั้นนะ เพราะคนแต่ละคน ต่างมีมุมมอง การแปลความหมายที่ต่างกัน

ความรักของฉันมันต่างกันที่ฉันจะเป็นวิศวกร เค้าจะมีอนาคตสายธุรกิจ ซึ่งเมื่อเริ่มเรียน ระยะห่างเริ่มเกิดขึ้น จากระยะทางนอกจากมหาวิทยาลัยแล้ว เวลาในการอ่านหนังสือ การพักผ่อนมันต่างกันอย่างฟ้ากับดิน




ความรักครั้งนั้น สอนฉันไว้หลายอย่าง สอนทั้งเรื่องของ ระยะทางที่เป็นอุปสรรค เวลาที่ทำให้เรามีการสื่อสารที่น้อยลง รวมไปถึงการไว้ใจ และการตัดสินใจที่ผิดพลาดถึง 2 ครั้งของตัวฉัน

ความรักของฉันที่จบลงในครั้งนั้น เวลา และระยะทางเป็นเพียงจุดเริ่มต้นที่ทำให้หลายๆ อย่างเปลี่ยนไป แต่สิ่งสำคัญ คงเป็นเพราะนิสัยชอบอยู่กับตัวเองที่ค่อนข้างสูง ความรักในอิสระ และสิ่งที่อยากเรียนให้ดีในสายที่เลือก เพราะฉันไม่ได้ฉลาด แต่ดันเลือกที่จะเรียนคณะวิศวะ ไม่เจียมตัวจริงเลยนะ 55+ แถมบางครั้งอาจผสมกับความรู้สึกผิดที่ ฉันได้ทำไว้ทั้งที่เค้า พยายามแบ่งเวลาและมาหาฉัน พาไปทานข้าว และพาไปดูหนัง แต่ฉันดันทำลายมันกับมือ ดันไปนอนหลับขณะดูหนัง ก็ไม่ให้หลับได้ไงอะ ช้านยังไม่ได้นอนเลย เพราะอ่านหนังสือตอนกลางคืนถึงเช้าเลยอะ แต่ก็ไม่ได้ที่จะปฎิเสธนะ แต่เค้าก็น่ารักทั้งที่รู้ว่าหลับแต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร

สุดท้ายช่วงแรกของความรักฉันคือฉันเป็นฝ่ายบอกเลิกเค้า ฉันไม่ได้เลิกเพราะไม่ได้รักเค้าแล้วนะนะ แต่แค่รู้สึกเหนื่อยกับการจัดการในช่วงเวลานั้น ฉันกำลังเปิดตาในสังคมใหม่ แต่ไม่ได้หมายถึงกำลังมองหาคนใหม่นะ แต่เพราะฉันรู้สึกว่าเวลา และระยะทาง ทำให้ฉันเหมือนไม่มีแฟน เลยรู้สึกชินกับการอยู่กับเพื่อนไปซะงั้น การกระทำนั้นฉันเป็ฯคนผิดเต็มๆ จริงๆ เพื่อนๆ ก็เป็นห่วง แม้แต่แม่ฉันเองยังบอกว่าอย่าให้ฉันทำให้เค้าเสียใจนะ เพราะในตอนนั้นเค้าเป็นคนที่ทุ่มเทกับฉันมากจริงๆ ฉันรับรู้มันได้จากใจ แต่ฉันก็เหยียบมันแตกเช่นกัน

หลังจากนั้น เราสองคนก็กลับมาคบกันอีกครั้ง ฉันเริ่มต้น เพราะรู้ตัวเองแล้วว่าฉันไม่สามารถอยู่โดยขาดเค้าได้ เราต่างกับมาคบกัน ฉันทำใจเรื่องเวลา และระยะทางของเรา แต่มีตัวแปรเพิ่มที่มาแปรผันความสัมพันธ์ระหว่างเรา คือสังคมเค้า (กลุ่มเพื่อนของเค้า) และการรับหน้าที่อีกอย่างของเค้าในคณะเมื่อเค้าเป็นหลีดคณะ เค้าต้องซ้อมเพื่อเข้าแข่งขัน  ทำให้มันเลวร้ายกว่าเดิม อยู่ๆ เค้าทิ้งฉันไม่ติดต่อฉันมาเลย ทั้งที่ช่วงนั้นฉันต้องการกำลังใจจากเค้ามาก เพราะกำลังใกล้สอบ เค้าหายไปประมาณสัปดาห์ ฉันไม่ได้ตามอะไรเค้า เพราะไว้ใจเค้า คิดว่าเค้าคงยุ่งอยู่มากเลยไม่สามารถติดต่อฉันได้ แต่ด้วยความเป็นฉันเวลาที่ผ่านไปทำให้ฉันกังวล และไม่เข้าใจสถานะตัวเอง ฉันเลยเริ่มที่จะพยายามติดต่อเค้า เพื่อเครียปัญหา

จากนั้นฉันก็เริ่มที่จะสงสัยว่าเค้ามีคนอื่น ฉันเป็นคงตรง อยากรู้อะไรก็ถามตรงๆ นี่แหละจุดด้อยของฉัน จริงๆ ฉันแค่ทำเป็นไม่รู้และขอร้องให้เค้ากลับมาแค่นั้นมันน่าจะดี แต่เพราะเป็นฉัน สุดท้ายเค้าก็ต้องยอมรับว่าเค้ามีคนใหม่เข้ามา ช่วงระหว่างที่เรามีปัญหาในครั้งแรก ผู้หญิงคนนั้นคอยมาดูแลเค้าเช็ดน้ำตาให้เค้า และเพื่อนๆเค้า (ในสังคมมหาลัยของเค้าซึ่งไม่เคยรู้จัดตัวจริงของฉัน) ก็คิดว่าคนอย่างฉันไม่ดี ไม่เหมาะสมกับเค้า เพราะทำร้ายเค้าไว้ในครั้งก่อน ทำให้ฉันต้องยอมรับกับการตัดสินใจในครั้งนั้น เพราะมันคือเรื่องจริง ฉันไม่ดีพอจริงๆ

สิ่งเหล่านี้แหละที่สอนให้ฉันคิดว่า เวลา ระยะทาง ความรักมันต้องคล้องกัน ฉันเสียใจกับมัน แต่ที่เสียใจที่สุดคงเป็นเพราะตัวเองที่เลือกเอง ไม่ได้โทษใคร แค่เสียใจในการเลือกทางเดินที่ผิดพลาด เสียคนดีๆไปโดยไม่สามารถไขว่คว้ากลับมาได้แล้ว

แต่ชีวิตเราก็ต้องเดินต่อไป ฉันเสียใจแต่ไม่ได้จมกับความทุกข์ขนาดขาดเธอฉันต้องตายหลอกนะ แต่แค่พยายามหาคนที่ดีอย่างเธอ ณ ตอนนี้ยังไม่มีเลย