ทุกอย่างนี้ ฉันคนนึงที่เชื่อว่ามันจะต้องเดินไปพร้อมกัน หากเมื่อมีความห่างเข้ามาขั้นกลาง เวลาของความรักมักจะไม่ตรงกัน ความเหินห่างจะเพิ่มมากขึ้น
บางคนบอกว่า ต้องมีความเชื่อใจของกันและกัน ความเชื่อใจหนะมันต่างก็ต้องมีแหละ ไม่งั้นความรักคงไม่บังเกิด แต่อุปสรรคคือความหวั่นไหว เมื่อไกลกัน ยิ่งนานวัน สิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงทำให้ เราเรียนรู้การอยู่คนเดียว ทำให้เกิดความหวั่นไหว
แต่มันเป็นเพียงแค่ความรู้สึกของฉันเท่านั้นนะ เพราะคนแต่ละคน ต่างมีมุมมอง การแปลความหมายที่ต่างกัน
ความรักของฉันมันต่างกันที่ฉันจะเป็นวิศวกร เค้าจะมีอนาคตสายธุรกิจ ซึ่งเมื่อเริ่มเรียน ระยะห่างเริ่มเกิดขึ้น จากระยะทางนอกจากมหาวิทยาลัยแล้ว เวลาในการอ่านหนังสือ การพักผ่อนมันต่างกันอย่างฟ้ากับดิน
ความรักครั้งนั้น สอนฉันไว้หลายอย่าง สอนทั้งเรื่องของ ระยะทางที่เป็นอุปสรรค เวลาที่ทำให้เรามีการสื่อสารที่น้อยลง รวมไปถึงการไว้ใจ และการตัดสินใจที่ผิดพลาดถึง 2 ครั้งของตัวฉัน
ความรักของฉันที่จบลงในครั้งนั้น เวลา และระยะทางเป็นเพียงจุดเริ่มต้นที่ทำให้หลายๆ อย่างเปลี่ยนไป แต่สิ่งสำคัญ คงเป็นเพราะนิสัยชอบอยู่กับตัวเองที่ค่อนข้างสูง ความรักในอิสระ และสิ่งที่อยากเรียนให้ดีในสายที่เลือก เพราะฉันไม่ได้ฉลาด แต่ดันเลือกที่จะเรียนคณะวิศวะ ไม่เจียมตัวจริงเลยนะ 55+ แถมบางครั้งอาจผสมกับความรู้สึกผิดที่ ฉันได้ทำไว้ทั้งที่เค้า พยายามแบ่งเวลาและมาหาฉัน พาไปทานข้าว และพาไปดูหนัง แต่ฉันดันทำลายมันกับมือ ดันไปนอนหลับขณะดูหนัง ก็ไม่ให้หลับได้ไงอะ ช้านยังไม่ได้นอนเลย เพราะอ่านหนังสือตอนกลางคืนถึงเช้าเลยอะ แต่ก็ไม่ได้ที่จะปฎิเสธนะ แต่เค้าก็น่ารักทั้งที่รู้ว่าหลับแต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร
สุดท้ายช่วงแรกของความรักฉันคือฉันเป็นฝ่ายบอกเลิกเค้า ฉันไม่ได้เลิกเพราะไม่ได้รักเค้าแล้วนะนะ แต่แค่รู้สึกเหนื่อยกับการจัดการในช่วงเวลานั้น ฉันกำลังเปิดตาในสังคมใหม่ แต่ไม่ได้หมายถึงกำลังมองหาคนใหม่นะ แต่เพราะฉันรู้สึกว่าเวลา และระยะทาง ทำให้ฉันเหมือนไม่มีแฟน เลยรู้สึกชินกับการอยู่กับเพื่อนไปซะงั้น การกระทำนั้นฉันเป็ฯคนผิดเต็มๆ จริงๆ เพื่อนๆ ก็เป็นห่วง แม้แต่แม่ฉันเองยังบอกว่าอย่าให้ฉันทำให้เค้าเสียใจนะ เพราะในตอนนั้นเค้าเป็นคนที่ทุ่มเทกับฉันมากจริงๆ ฉันรับรู้มันได้จากใจ แต่ฉันก็เหยียบมันแตกเช่นกัน
หลังจากนั้น เราสองคนก็กลับมาคบกันอีกครั้ง ฉันเริ่มต้น เพราะรู้ตัวเองแล้วว่าฉันไม่สามารถอยู่โดยขาดเค้าได้ เราต่างกับมาคบกัน ฉันทำใจเรื่องเวลา และระยะทางของเรา แต่มีตัวแปรเพิ่มที่มาแปรผันความสัมพันธ์ระหว่างเรา คือสังคมเค้า (กลุ่มเพื่อนของเค้า) และการรับหน้าที่อีกอย่างของเค้าในคณะเมื่อเค้าเป็นหลีดคณะ เค้าต้องซ้อมเพื่อเข้าแข่งขัน ทำให้มันเลวร้ายกว่าเดิม อยู่ๆ เค้าทิ้งฉันไม่ติดต่อฉันมาเลย ทั้งที่ช่วงนั้นฉันต้องการกำลังใจจากเค้ามาก เพราะกำลังใกล้สอบ เค้าหายไปประมาณสัปดาห์ ฉันไม่ได้ตามอะไรเค้า เพราะไว้ใจเค้า คิดว่าเค้าคงยุ่งอยู่มากเลยไม่สามารถติดต่อฉันได้ แต่ด้วยความเป็นฉันเวลาที่ผ่านไปทำให้ฉันกังวล และไม่เข้าใจสถานะตัวเอง ฉันเลยเริ่มที่จะพยายามติดต่อเค้า เพื่อเครียปัญหา
จากนั้นฉันก็เริ่มที่จะสงสัยว่าเค้ามีคนอื่น ฉันเป็นคงตรง อยากรู้อะไรก็ถามตรงๆ นี่แหละจุดด้อยของฉัน จริงๆ ฉันแค่ทำเป็นไม่รู้และขอร้องให้เค้ากลับมาแค่นั้นมันน่าจะดี แต่เพราะเป็นฉัน สุดท้ายเค้าก็ต้องยอมรับว่าเค้ามีคนใหม่เข้ามา ช่วงระหว่างที่เรามีปัญหาในครั้งแรก ผู้หญิงคนนั้นคอยมาดูแลเค้าเช็ดน้ำตาให้เค้า และเพื่อนๆเค้า (ในสังคมมหาลัยของเค้าซึ่งไม่เคยรู้จัดตัวจริงของฉัน) ก็คิดว่าคนอย่างฉันไม่ดี ไม่เหมาะสมกับเค้า เพราะทำร้ายเค้าไว้ในครั้งก่อน ทำให้ฉันต้องยอมรับกับการตัดสินใจในครั้งนั้น เพราะมันคือเรื่องจริง ฉันไม่ดีพอจริงๆ
สิ่งเหล่านี้แหละที่สอนให้ฉันคิดว่า เวลา ระยะทาง ความรักมันต้องคล้องกัน ฉันเสียใจกับมัน แต่ที่เสียใจที่สุดคงเป็นเพราะตัวเองที่เลือกเอง ไม่ได้โทษใคร แค่เสียใจในการเลือกทางเดินที่ผิดพลาด เสียคนดีๆไปโดยไม่สามารถไขว่คว้ากลับมาได้แล้ว
แต่ชีวิตเราก็ต้องเดินต่อไป ฉันเสียใจแต่ไม่ได้จมกับความทุกข์ขนาดขาดเธอฉันต้องตายหลอกนะ แต่แค่พยายามหาคนที่ดีอย่างเธอ ณ ตอนนี้ยังไม่มีเลย

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น